Jazakamullahu Khayran to ‘Dar at-Tibyan‘ for this translation:
A Proclamation to the People Over the Events in Palestine
By: A group of scholars and callers in Egypt
1/4/2009
At-Tibyān Publications
เเถลงการณ์ถึงประชาชน/เหตุการณ์ที่ปาเลสไตส์
โดย
กลุ่มนักวิชาการเเละผู้เรียกร้องในอิยิปต์
4/1/2552
สำนักพิมพ์อัตติบยาน
การสรรเสริญเป็นของอัลลอฮพระผู้อภิบาลเเห่งสากลโลก ไม่มีพระเจ้าอื่นใดที่ต้องเคารพสักการะนอกจากพระองค์ผู้ทรงยิ่งใหญ่ ผู้ทรงเกรียงไกร ทั้งในชั้นฟ้าเเละเเผ่นดินไม่มีสิ่งใดที่จะหนีพ้นจากพระองค์ไปได้ เเละขอความสันติจงประสบเเด่ท่านนบีมุฮัมหมัด(ซ.ล.)ผู้เป็นบ่าวของพระองค์ ศาสนทูตของพระองค์ ผู้เป็นผู้นำของมุญาฮิดีนเเละผู้พิชิต
เหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นขณะนี้ที่ดินแดนของอิสลามและมุสลิม นั้นก็คือที่กาซาในปาเลสไตส์ มันเกิดจากการละเมิดและสังหารผู้บริสุทธิ์อย่างไร้มนุษยธรรม เป็นสิ่งที่ความเป็นมนุษย์นั้นมิสามารถที่จะยอมรับกับมันได้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันได้บีบบังคับให้พวกเราต้องลงนามในแถลงการณ์นี้ คือบรรดานักวิชาการณ์และผู้ที่รักประเทศอียิปต์ พวกเราเราทำให้ข้อวินิจฉัยของพวกเรานั้นชัดเจนเหมือนการได้ขออภัยโทษต่อหน้าอัลลอฮ และชี้เเจงให้พลเมืองได้เข้าใจ
.
1) ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่ปาเลสไตส์ซึ่งอัลลอฮได้กล่าวไว้ในคัมภีร์ของพระองค์ว่ามันเป็นดินแดนของอิสลามคือ 1 มันเป็นกิบลัตที่แรก 2 เป็นหนึ่งใน3มัสยิดศักดิ์สิทธิ์ 3เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และเป็นสถานที่ที่ท่านนบี(ซ.ล.)ของพวกเราขึ้นไปรับวะฮีย์ ดังนั้นจึงไม่เป็นที่อนุญาตเป็นอันขาดที่จะปล่อยให้ดินแดนนี้ถูกยึดครองหรือเป็นส่วนนึงของผู้ที่ไม่ใช่มุสลิม
سُبْحَانَ الَّذِي أَسْرَى بِعَبْدِهِ لَيْلاً مِّنَ الْمَسْجِدِ الْحَرَامِ إِلَى الْمَسْجِدِ الأَقْصَى الَّذِي بَارَكْنَا حَوْلَهُ لِنُرِيَهُ مِنْ آيَاتِنَا إِنَّهُ هُوَ السَّمِيعُ البَصِيرُ
[17:1] “ มหาบริสุทธิ์ผู้ทรงนำบ่าวของพระองค์เดินทางในเวลากลางคืน จากมัสยิดอัลหะรอมไปยังมัสยิดอัลอักซอซึ่งบริเวณรอบมันเราได้ให้ความจำเริญ เพื่อเราจะให้เขาเห็นบางอย่างจากสัญญาณต่างๆของเรา แท้จริง พระองค์คือผู้ทรงได้ยิน ผู้ทรงเห็น ”
2) เป็นที่เข้าใจกันดีว่าขบวนการไซออนนิสต์ของอิสราเอลนั้น พวกมันเป็นผู้ที่เป็นปรปักษ์ เป็นศัตรูต่อผู้ศรัทธาอย่างชัดแจ้งมาตลอดประวัติศาสตร์ การปรปักษ์ของพวกเขาที่มีต่ออัลลอฮและรอซูลนั้นท่วมล้นมากมายยิ่งนัก และพวกเขาจะอยู่เบื้องหลังความชั่วร้ายนาๆชนิด พวกเขาทำให้คำสั่งใช้ในศาสนาให้เป็นที่โมฆะและทำให้สิ่งที่ไม่อนุญาตกลายเป็นสิ่งที่กระทำได้ พวกเขาเป็นผู้ทรยศซึ่งเห็นได้จากตัวอย่างของผู้ที่เกี่ยวข้องและใกล้ชิดกับพวกเขา พวกเขาได้ช่วงชิงดินแดนไปจากชาวปาเลสไตส์ ด้วยกับการสนับสนุนจากตะวันตกและทำการกดขี่ ข่มเหงและอธรรมชาวปาเลสไตส์อย่างต่อเนื่อง
لَتَجِدَنَّ أَشَدَّ النَّاسِ عَدَاوَةً لِّلَّذِينَ آمَنُواْ الْيَهُودَ وَالَّذِينَ أَشْرَكُواْ
[5:82] “แน่นอนเจ้าจะพบว่า หมู่ชนที่เป็นศัตรูอันรุนแรงแก่บรรดาผู้ที่ศรัทธานั้นคือชาวยิว และบรรดาผู้ที่ให้มีภาคีแก่อัลลอฮ์ ...”
ไซออนนิสตม์คือโจรโฉดผู้รุกรานและช่วงชิงดินแดนปาเลสไตส์ แต่สัจธรรมจะต้องกลับคืนมาอยู่กับผู้เป็นเจ้าของถึงแม้ว่าระยะเวลาของมันจะผ่านพ้นไปนานสักเพียงใดก็ตาม พวกเราจะไม่พอใจและจะไม่ยอมรับกับการรุกรานดินแดนศักดิ์สิทธิ์โดยพวกหัวขโมยไซออนนิสม์นี้อย่างแน่นนอน
3)การญิฮาดในหนทางของอัลลอฮและการติดอาวุธต่อต้านศัตรุเป็นทางเลือกสำหรับการกลับคืนมาซึ่งดินแดนที่ถูกช่วงชิงและปล้นสะดมโดยพวกไซออนนิสม์ พวกมันไม่เข้าใจภาษาในการเจรจาแบบสามัญชนทั่วไป พวกมันไม่เข้าใจความหมายของคำว่าสันติภาพ วิธีการของพวกมันคือการทำลายล้างและสร้างความเสียหายบนหน้าแผ่นดินมาตลอด ด้วยเหตุนี้ทำให้เราเชื่อและแน่ใจว่าภาษาเดียวที่พวกมันเข้าใจคือภาษาแห่งการญิฮาดเท่านั้น และการญิฮาดจะไม่มีวันสิ้นสุดจนกว่าจากไซออนนิสตม์คนสุดท้ายได้ก้าวเท้าออกจากดินแดนปาเลสไตส์
وَأَعِدُّواْ لَهُم مَّا اسْتَطَعْتُم مِّن قُوَّةٍ وَمِن رِّبَاطِ الْخَيْلِ تُرْهِبُونَ بِهِ عَدْوَّ اللّهِ وَعَدُوَّكُمْ
[8:60]และพวกเจ้าจงเตรียมไว้สำหรับ (ป้องกัน) พวกเขา สิ่งที่พวกเจ้าสามารถ อันได้แก่กำลังอย่างหนึ่งอย่างใด และการผูกม้าไว้ โดยที่พวกเจ้าทำให้ศัตรูของอัลลอฮ์ และศัตรูของพวกเจ้าหวั่นเกรงด้วยสิ่งนั้น
4)ผู้ที่ยึดแนวทางญิฮาดและการต่อสู้ศัตรูเป็นแนวทาง ผู้ที่ถอดหัวใจมาวางอยู่บนฝ่ามือและเตรียมพร้อมที่สละชีวิต ทรัพย์สิน ยอมเสียสละสิ่งที่มีราคาสูงยิ่งให้เป็นค่าไถ่ในการปลดปล่อยดินแดนผืนนี้ ถึงเเม้ว่าอาวธยุทโธปกรณ์เเละเครื่องมือต่างๆถูกยึดครองโดยศัตรู ถึงเเม้ว่าอาชญากรมีพลังที่ทำลายทุกสิ่งทุกอย่าง เเต่คนเหล่านี้เป็นกลุ่มที่ได้รับชัยชนะด้วยอนุมัติของอัลลอฮ พวกเขาคือผู้ที่สนับสนุนและช่วยเหลือที่มีเกียรติยิ่ง
5)เราขอเตือนและยืนยันว่าภารกิจอันยิ่งใหญ่นี้เป็นสิ่งที่อยู่ในหลักการศาสนาของเรา เป็นภาระหน้าที่ซึ่งศาสนามีคำสั่งใช้ให้พวกเราญิฮาดในหนทางของอัลลอฮในหลายๆอายะฮ เราสามารถช่วยเหลือพี่น้องของเราได้ไม่ว่าทางด้านการเงิน เศรษฐกิจ การเมือง การเกษตรกรรมโดยการบอยคอตอิสราเอลในทุกๆหนทางเท่าที่เป็นไปได้ บอยคอตผู้ที่สนับสนุนอิสราเอลทั่วทุกมุมโลก และทำการปฏิเสธความสัมพันธ์กับอิสราเอลในทุกๆช่องทาง เเละมันเป็นหน้าที่ของเราที่ต้องตอบรับคำสั่งใช้ของอัลลอฮ(ซ.บ.)
وَلاَ تَهِنُوا وَلاَ تَحْزَنُوا وَأَنتُمُ الأَعْلَوْنَ إِن كُنتُم مُّؤْمِنِينَ * إِن يَمْسَسْكُمْ قَرْحٌ فَقَدْ مَسَّ الْقَوْمَ قَرْحٌ مِّثْلُهُ وَتِلْكَ الأيَّامُ نُدَاوِلُهَا بَيْنَ النَّاسِ وَلِيَعْلَمَ اللّهُ الَّذِينَ آمَنُواْ وَيَتَّخِذَ مِنكُمْ شُهَدَاء وَاللّهُ لاَ يُحِبُّ الظَّالِمِينَ
[3:139]และพวกเจ้าจงอย่าท้อแท้ และจงอย่าเสียใจ และพวกเจ้านั้นคือผู้ที่สูงส่งยิ่ง หากพวกเจ้าเป็นผู้ศรัทธา
[3.140]หากประสบแก่พวกเจ้า ซึ่งบาดแผลหนึ่งบาดแผลใด แน่นอนก็ย่อมประสบแก่พวกนั้น ซึ่งบาดแผลเยี่ยงเดียวกัน และบรรดาวันเหล่านั้นเราได้ให้มันหมุนเวียนไประหว่างมนุษย์ และเพื่ออัลลอฮ์จะได้ทรงรับรู้บรรดาผู้ที่ศรัทธา แลเพื่อเอาบรรดาผู้เสียชีวิตในสงคราม จากพวกเจ้าและอัลลอฮ์นั้นไม่ทรงรักใคร่ผู้อธรรมทั้งหลาย
เหนือสิ่งอื่นใดประชาชาติทั้งหมดจะต้องรวมเข้าด้วยกันเสมือนเรือนร่างเดียวกัน ทุกคนต้องรู้และเข้าใจสิ่งที่เป็นภาระหน้าที่สำหรับพวกเขา ละทิ้งสิ่งที่น่ารังเกียจทั้งหลายอันทำให้ทำเป็นการขัดขวางการญิฮาดในหนทางของอัลลอฮ.
وَاعْتَصِمُواْ بِحَبْلِ اللّهِ جَمِيعاً وَلاَ تَفَرَّقُواْ وَاذْكُرُواْ نِعْمَتَ اللّهِ عَلَيْكُمْ إِذْ كُنتُمْ أَعْدَاء فَأَلَّفَ بَيْنَ قُلُوبِكُمْ فَأَصْبَحْتُم بِنِعْمَتِهِ إِخْوَاناً
[3:103]และพวกเจ้าจงยึดสายเชือกของอัลลอฮ์โดยพร้อมกันทั้งหมดและจงอย่าแตกแยกกัน และจำรำลึกถึงความเมตตาของอัลลอฮ์ที่มีแต่พวกเจ้า ขณะที่พวกเจ้าเป็นศัตรูกัน แล้วพระองค์ได้ทรงให้สนิทสนมกันระหว่างหัวใจของพวกเจ้า แล้วพวกเจ้าก็กลายเป็นพี่น้องกันด้วย ความเมตตาของพระองค์
นี่คือแถลงการณ์ถึงชาวมุสลิม และมันเป็นภาระหน้าที่ความรับผิดที่ทุกคนต้องแบกรับ เราขอบอกกับมุญาฮิดีนที่กาซาและทุกดินแดนของมุสลิมที่ถูกเเย่งชิงไป “คุณได้ขายเลือดเป็นหลักประกันแห่งศรัทธา เกียรติยศ ความสูงส่ง ดังนั้นจงยึดมั่น, ยืนหยัด และอดทน อัลลออฮอยู่กับพวกท่านและพระองค์จะไม่ทำให้การงานของท่านนั้นสูญเปล่า”
.
الَّذِينَ قَالَ لَهُمُ النَّاسُ إِنَّ النَّاسَ قَدْ جَمَعُواْ لَكُمْ فَاخْشَوْهُمْ فَزَادَهُمْ إِيمَاناً وَقَالُواْ حَسْبُنَا اللّهُ وَنِعْمَ الْوَكِيلُ
[3:173]บรรดาที่ ผู้คน ได้กล่าวแก่พวกเขาว่า แท้จริงมีผู้คน ได้ชุมนุมสำหรับพวกท่าน ดังนั้นพวกท่านจงกลัวพวกเขาเถิด แล้วมัน ได้เพิ่มการอีมานแก่พวกเขา และพวกเขากล่าวว่าอัลลอฮ์นั้นเป็นผู้ที่พอเพียงแก่เราแล้ว และเป็นผู้รับมอบหมายที่ดีเยี่ยม
รายชื่อผู้ลงนาม
1 – Dr. Nasr Farīd Wāsil
2 - Dr. Zaghlūl An-Najjār
3 - Dr. ‘Abdus-Sattār Fat’h-Allāh Sa’īd
4 - Dr. Muhammad ‘Umārah
5 - Dr. Muhammad ‘Abdul-Mun’im Al-Barrī
6 - Dr. Abdul-Fattāh Ash-Shaykh
7 – Dr. Safwat Hijāzī
8 – Shaykh Jamāl Qutb
9 – Shaykh Ahmad Al-Mihlāwī
10 – Dr. Abdul-Halīm ‘Uways
11 – Dr. Muhammad Ra’fat ‘Uthmān
12 – Dr. ‘Abdullāh Barakāt
13 – Dr. ‘Abdullāh Samak
14 – Shaykh Abū Ishāq Al-Huwaynī
15 – Shaykh Hāzim Salāh Abū Ismā’īl
16 – Shaykh Muhammad Jibrīl
17 – Dr. Salāh Sultān
18 – Shaykh Ahmad Halīl
19 – Dr. Muhammad As-Saghīr
20 – Shaykh Sālim Abūl-Futūh
21 – Dr. Ahmad Al-’Assāl
22 – Dr. Hāzim As-Sarsāwī
23 – Dr. ‘Abdur-Rahmān Fawdah
24 – Shaykh Muhammad Mustafā
25 – Dr. Husayn Shajā’ah
26 – Dr. Sālih Hārūn
27 – Shaykh Salāmah ‘Abdul-Qawī
28 – Dr. Jamāl ‘Abdul-Hādī
29 – Dr. Hasan ‘Abdū
30 – Shaykh Muhammad ‘Abdul-Fattāh
31 – Dr. Ahmad Abū Khadījah
32 – Dr. ‘Alā’ As-Sayyid ‘Abdur-Rahīm
33 – Dr. ‘Umar Ibn ‘Abdil-’Azīz
34 – Shaykh Rajab Zakī
35 – Dr. Māzin As-Sarsāwī
36 – Shaykh Ahmad Sabrī
37 – Shaykh Ahmad Al-Juhaynī
38 – Shaykh Mathhar Amīn39 – Shaykh ‘Alī Abul-Hasan
40 – Shaykh Mustafā Al-Azharī
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น